การคุมโซนและประกบตัวต่อตัวในฟุตบอล

ในกีฬาฟุตบอลนั้น เมื่อทีมตกเป็นฝ่ายตั้งรับ จะมีแนวทางอยู่ 2 ทาง แนวทางแรกคือการคุมโซน เป็นการรับผิดชอบพื้นที่ของใครของมัน ใกล้ใครก็คุมคนนั้น 

วิธีนี้ทำให้ทีมยืนกันอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงเช็คล้ำหน้าได้ง่าย แต่ต้องตั้งนายใหญ่ขึ้นมาในแผงหลัง คอยสั่งการว่าจะดักล้ำหน้าเมื่อไหร่ ทีมที่ใช้ระบบนี้อย่างได้ผล คือ ทีมชาติเยอรมันในยุค 90 โดยจะมีกองหลัง 2 คน คอยชน และมีกองหลังตัวสุดท้ายที่เรียกว่าลิเบอโร่ คอยอ่านทางและเก็บบอล แต่ในภายหลังเมื่อเจอบอลทักษะสูงอย่างสเปน ทีมชาติเยอรมันจึงได้ยกเลิกไป

การประกบตัวต่อตัว เป็นวิธีที่ใช้พละกำลังมาก และกองหลังที่จะใช้ในแผนนี้ต้องมีฝีเท้าดีระดับหนึ่ง การประกบตัวต่อตัวจะกระทำอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ฝ่ายบุกพลิกบอลได้ และต้องส่งบอลคืนหลังไปให้เพื่อน ทำให้เสียจังหวะ สุดท้ายก็หมดทางเจาะต้องโยน แผนนี้จะกดดันไม่ให้กองหน้าอีกฝ่ายเข้ามาเกินกรอบเขตโทษ แต่หากกองหน้าของฝ่ายรุกมีทักษะที่สูงมาก ก็สามารถพลิกบอลจังหวะเดียว หลุดได้ทั้งแผง ตัวอย่างเช่น ลีโอเนล เมสซี่ กองหน้าบาร์เซโลน่ามีการจับบอลจังหวะแรกที่ใจเย็น และหลอกเพื่อให้กองหลังสกัดก่อนจะพลิกหลบ

ตัวอย่างทีมที่ใช้ระบบประกบตัวต่อตัวคือทีมชาติอิตาลี ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของทีมคือ มีกองหลังที่มีทักษะสูงมาก และมีลูกตุกติกเยอะ คือทั้งเหนี่ยวทั้งดึงแล้วปล่อย ทำให้กรรมการมองไม่เห็น